แนะนำวิธีการเตรียมความพร้อม ให้สมองทำงานได้ดีก่อนการเรียน

แนะนำวิธีการเตรียมความพร้อม ให้สมองทำงานได้ดีก่อนการเรียน เด็กไทยถือเป็นเด็กที่เรียนเยอะมาก ๆ อีกชาติหนึ่งเลยทีเดียว  เพราะภายในหนึ่งวันต้องเรียนถึง 8 ชั่วโมง นี่ยังไม่รวมต้องไปเรียนพิเศษอีกนะคะ ซึ่งแน่นอนว่าสมองของเราต้องทำหนักอย่างมาก เนื่องจากสมองเป็นอวัยวะที่สำคัญอย่างมากในการประมวลผล เรียนรู้ และตัวแปรที่สำคัญ ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของนักเรียน การเตรียมความพร้อมก่อนการเรียนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ดังนั้น วันนี้เราจึงจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกัน วิธีการเตรียมความพร้อมของสมองก่อนการเรียน โดยจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นตามไปดูกันได้เลยค่ะ

1. การดื่มน้ำ

 การดื่มน้ำ

                 ภายในสมองมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึงกว่าร้อยละ 60 และยังเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับเซลล์ต่าง ๆ ในสมอง ทำให้น้ำจึงเป็นส่วนสำคัญมากในการหล่อเลี้ยงสมองและระบบประสาท การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ประมาณวันละ 6 – 8 แก้ว จะช่วยให้สมองมีความชุ่มชื้นและส่งผลดีต่อระบบประสาท เพราะถ้าร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอแล้ว ก็จะส่งผลทำให้เซลล์สมองทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                 การส่งเสริมให้นักเรียนดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ เช่น ให้เวลาพักดื่มน้ำก่อนที่จะเริ่มคาบเรียน หรือการอนุญาตให้นักเรียนพกขวดน้ำหรือกระติกน้ำระหว่างเรียนหนังสือ โดยที่พวกเขาสามารถดื่มได้ทุกเวลา หรือ การทำเครื่องหมายไว้บนขวดน้ำ และสนับสนุนให้นักเรียนดื่มน้ำให้ถึงจุดที่กำหนดทุกวัน คือแนวทางที่น่าเป็นประโยชน์และช่วยส่งเสริมให้นักเรียนดื่มน้ำได้ตามปริมาตรที่ร่างกายต้องการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมองต่อการพัฒนาขอสมองของนักเรียน   

2. การรับประทานอาหาร

การรับประทานอาหาร

                 การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และตรงตามหลักโภชนาการ ครบ 5 หมู่ จะช่วยให้บรรดาเชลล์ต่าง ๆ ในสมองคงสภาพและมีการเจริญเติบโตที่ดี ซึ่งจะส่งผลทำให้มีความจำดีและเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ สำหรับเรื่องนี้ งานโภชนาการอาหารของโรงเรียนจะมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยพัฒนาสุขอนามัยให้กับนักเรียน การจัดเตรียมอาหารที่สะอาด มีคุณค่าทางอาหารครบ 5 หมู่ ในปริมาตรที่เหมาะสมกับวัยของนักเรียน และคอยส่งเสริมให้นักเรียนรับประทานอาหารให้ครบทุกอย่างตามที่กำหนด จะทำให้นักเรียนได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างส่วนต่าง ๆ ของร่างกายนักเรียนให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์ ซึ่งรวมไปถึงสมองของนักเรียนด้วย

3. การนั่งสมาธิและกำหนดลมหายใจ

                 การหายใจ เป็นการนำออกซิเจนเข้าไปสู่ร่างกาย ซึ่งสมองนั้นเป็นอวัยวะที่ต้องการออกซิเจนอย่างต่อเนื่องจึงจากสามารถทำงานได้ การได้ออกซิเจนไม่เพียงพอนั้นเป็นผลเสียร้ายแรงกับสมองจนถึงขั้นทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ด้วยภาวะสมองขาดออกซิเจน จึงนับได้ว่าออกซิเจนคือแหล่งอาหารสำคัญสำหรับสมองของมนุษย์เราที่ต้องได้รับในคุณภาพที่เหมาะสมและต่อเนื่อง

                 การส่งเสริมให้นักเรียนนั่งสมาธิเพื่อเตรียมตัวก่อนที่จะเริ่มเรียนในคาบเรียนต่าง ๆ นั้น นับว่าเป็นแนวทางที่ดีในการส่งเสริมการทำงานของสมอง เพราะการฝึกหายใจลึก ๆ ซ้ำ ๆ อย่างมีจังหวะแน่นอน จะช่วยให้สมองได้รับออกซิเจนในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลดีอย่างมากกับนักเรียน เพราะ ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง และใช้สมองสำหรับกระบวนการคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากการปรับปรุงบรรยากาศในห้องเรียนให้มีแหล่งออกซิเจนที่สะอาดเพียงพอกับจำนวนสมาชิกในชั้นเรียน เช่น การปลูกพรรณไม้เพื่อฟอกอากาศ หรือการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศไว้ในห้องเรียน จะช่วยให้นักเรียนได้รับออกซิเจนบริสุทธิ์ซึ่งเป็นผลดีกับสมองของนักเรียน

 เกมสล็อตผลไม้ ด้วยรูปแบบที่เล่นง่าย และมีโบนัสซ้อนอยู่ในเกมมากมาย เกมสล็อตผลไม้ เล่นง่ายๆ ได้ทุกเพศทุกวัย

4. การฟังเพลง / ดนตรี

                 การฟังเพลงหรือฟังดนตรีนั้น ช่วยให้เกิดการรับรู้และกระตุ้นการทำงานของสมองทั้งสองซีกให้สามารถทำงานสอดคล้องกันได้ทั้งระบบ นอกจากนี้การฟังเพลงจะช่วยให้สมองผลิต Alpha Waves และ Theta Waves ซึ่งเป็นคลื่นที่ช่วยเกิดการเรียนรู้ที่รวดเร็วและมีความคิดสร้างสรรค์ชั้นสูง

                 วิธีการอย่างหนึ่งที่ช่วยให้นักเรียนจดจำบทเรียนได้ดี คือ การนำบทเรียนมาดัดแปลงเป็นบทเพลงหรือคำกลอนซึ่งจะช่วยให้นักเรียนจอดจำได้ดีกว่า เพื่อธรรมชาติของสมองนั้นสามารถเรียนรู้ได้ดีจากการเชื่อมโยงอย่างเหมาะสม นอกจากนี้การเปิดเพลงเบา ๆ ในระหว่างที่นักเรียนทำงานที่สร้างสรรค์ เช่น การประดิษฐ์ หรือศิลปะ ก็มีส่วนช่วยให้นักเรียนมีไอเดียน่าสนใจและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่ได้

5. การคลายความเครียด

การคลายความเครียด

                 ความเครียดนั้น เป็นว่าอุปสรรคที่สำคัญต่อการเรียนรู้ เพราะความเครียดและความกดดันจะส่งผลสำหรับประสิทธิการทำงานของสมองลดลง ดังนั้น จึงควรหาเวลาพักผ่อน ออกกำลังกาย และบริหารสมองในบางครั้ง เพื่อขจัดความเครียดและทำให้สมองกลับมาทำงานได้ตามปกติ

สำหรับการคลายเครียดระหว่างการเรียนนั้น ครูผู้สอนอาจให้เวลาพักสัก 5 นาทีเพื่อให้นักเรียนได้ยืดเส้นยืดสายหรือผ่อนคลายจากบทเรียน หรือบางทีครูผู้สอนอาจจะสอดแทรกมุกตลกหรือเกมที่สนุกสนานในบทเรียน  ซึ่งจะช่วยนักเรียนกลับมาเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเรียนรู้เกี่ยวกับสมองนั้น นับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้เราสามารถเข้าใจการทำงานของสมองมากขึ้น และช่วยให้เราหาวิธีการและแนวทางเพื่อสนับสนุน รวมถึงส่งเสริมการทำงานของสมองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้

และก็จบกันไปแล้วนะคะสำหรับบทความเกี่ยวกับ แนะนำวิธีการเตรียมความพร้อม ให้สมองทำงานได้ดีก่อนการเรียน ที่เราได้รวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน เพื่อน ๆ คนไหมที่ไม่อยากสมองจากการเรียน ก็สามารถลองเอาวิธีข้างต้นไปใช้กันได้เลยค่ะ รับรองว่าการเรียนของเพื่อนจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

บทความเพิ่มเติม รวยได้ ได้เงินจริง แค่ลงทุนกับสล็อตออนไลน์