คิดต่าง เพื่อโอกาสที่จะเติบโต ในโลกของการลงทุน!

ปัจจุบัน ความเสี่ยงสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งคนส่วนใหญ่จะรู้จัก กับคำว่าผลตอบแทน มากกว่า คำว่าความเสี่ยง ซึ่งทุกคนที่ตัดสินใจเข้าสู่โลกของการลงทุน ก็เพราะคาดหวังที่จะได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นนั่นเอง แต่อย่าลืมว่า ความเสี่ยงก็คือเหรียญอีกด้านของการลงทุน วันนี้เราเลยอยากชวนทุกคนให้ คิดต่าง เพื่อโอกาสที่จะเติบโต ในโลกของการลงทุน จะได้เป็นแนวทางความสำเร็จในอนาคต และหลักการคิดมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

คิดต่าง เพื่อโอกาสที่จะเติบโต ในโลกของการลงทุน

คิดต่าง เพื่อโอกาสที่จะเติบโต ในโลกของการลงทุน

1. คิด 2 ชั้น

การคิดแบบนี้ถือเป็นการป้องกันตัวเองจากความเสี่ยง เพราะบางทีการมองแบบตรงไปตรงมาอาจใช้ไม่ได้ผลกับตลาดหุ้นที่ลงทุน กับความคาดหวังของผลประกอบการ หลายครั้งที่หุ้นขึ้น ๆ ลง ๆ ตามข่าวที่เราได้เห็น ทำให้เราต้องคิดให้ลึกขึ้นว่าสิ่งที่เราเห็นจะส่งผลอย่างไรต่ออนาคต ยกตัวอย่างเช่น บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กทำโครงการขายบ้านได้ดีมาก กำไรก็เติบโต เราก็เลยซื้อหุ้น เพราะดูแนวโน้มแล้วจากยอดขายที่เห็น ยังไงก็น่าจะดี แต่ด้วยความที่เป็นบริษัทเล็ก เลยขาดเงินทุน ทำได้ทีละไม่กี่โครงการ และเงินกู้ก็เต็มเพดานแล้ว D/E ทะลุ 2 เท่า อยู่ ๆ วันดีคืนดี ผู้บริหารอยากขยายโครงการให้ไว เลยประกาศเพิ่มทุน 1:1 ราคาหุ้นที่พุ่งอยู่ดี ๆ ก็ร่วงไม่เป็นท่า dilute ตามราคาเพิ่มทุนนั่นเอง

2. คิดสั้น

การคาดการณ์ผลตอบแทนที่จะได้รับในระยะสั้น โดยอยากให้นึกถึงผลงานบริษัทให้ออกว่า ในระยะสั้น อีก 1-2 ไตรมาส ที่กำลังจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะว่ากันว่า ตลาดหุ้นมักมองไปข้างหน้าอย่างน้อย 6 เดือน เนื่องจากเวลาที่เราดูงบล่าสุดที่เพิ่งประกาศออกมานั้นคือ อดีตอย่างน้อยก็ 45 วันที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะไม่ได้บอกว่า อนาคตของบริษัทจะต้องดีเหมือนเดิม

3. คิดยาว

อยากให้มองสั้น ๆ ซัก 6 เดือนแล้ว ลองมองยาว ๆ ไปในอนาคตว่า 1 ปี หรืออีก 2 ปี ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ภาพลาง ๆ อีก 3-5 ปี น่าจะไปยืนที่จุดไหน และถ้าเราหลับฝันไป ตื่นมาอีกที 10 ปี ข้างหน้า บริษัทนี้จะยังอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่ การที่เราหัดมองแบบนี้จะช่วยให้เรามั่นใจในการลงทุนระยะยาวมากขึ้น ซึ่งเราสามารถดูได้จากวิสัยทัศน์ แผนการของผู้บริหาร โครงการก่อสร้าง Backlog การวางตัวแทนผู้บริหารรุ่นต่อไป successor เป็นต้น เพราะหลายครั้งเลยที่งบปีนี้ดีมาก แต่ปีหน้าตอบยากอย่างเช่น หุ้น commodity หุ้นรับเหมา หุ้นอสังหาฯ

4. คิดเผื่อความคาดหวัง

ตลาดหุ้นเป็นตลาดที่มีการคาดการณ์ล่วงหน้า ก่อนที่สิ่งนั้นจะเกิดขึ้น เนื่องด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ทำให้เราต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน ที่บอกว่างบดี ไม่ใช่แค่เทียบปีที่แล้ว หรือไตรมาสที่แล้วเท่านั้น แต่ต้องเทียบกับการคาดการณ์งบจากนักวิเคราะห์ และเป้าหมายของบริษัทด้วย บางทีงบดีแต่หุ้นลงเพราะแย่กว่าที่คาด บางทีงบแย่แต่ไม่ขาดทุน หุ้นวิ่งจนนิ่งเพราะดีกว่าคาดที่ว่างบจะแดง

5. ลงมือทำก่อน 1 step

เพราะถ้าเรามัวคิดว่าต้องทำแบบนั้น ต้องทำอย่างนี้ แต่ไม่ลงมือทำสักทีก็ไม่สารถรู้ได้ว่า ผลของมันนั้นจะเป็นอย่างไร โดยเมื่อเราประมวลความคิดอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว เราก็ต้อง action วางแผน ลงมือซื้อขายก่อนที่เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น ถึงแม้จะยังไม่ชัวร์ 100% เพราะถ้าให้รอ หุ้นก็ขึ้นไปก่อนล่วงหน้าแล้ว เราต้องซื้อตอนภาพเบลอ และขายตอนภาพชัด ตอนที่ใคร ๆ ยังหวั่นใจ ยังไม่เชื่อมั่นว่าหุ้นตัวนี้จะมาจริง ถ้าเราเห็นภาพชัดประมาณ 70% ดูแนวโน้มแล้วน่าจะใช่ เราก็ซื้อตอนนั้นเลย แต่ถ้าของจริงออกมาผิดคาด ก็ต้องมีแผนจัดการเช่นกัน

คิดต่าง เพื่อโอกาสที่จะเติบโต ในโลกของการลงทุน

ความเสี่ยงจากการลงทุน คือ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ที่จะส่งผลให้โอกาสที่เราจะได้รับผลตอบแทนตามที่เราคาดหวังไว้ ไม่เป็นไปตามคาด จากการลงทุนนั้น ๆ ซึ่งเราสามารถแบ่งความเสี่ยงได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้

– ความเสี่ยงทางธุรกิจ คือ กลยุทธ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของงานที่กระทบต่อการประสบความสำเร็จ ในการทำกำไรของบริษัท อันเป็นเหตุให้ผู้ลงทุนต้องสูญเสียรายได้ หรือเงินลงทุน ประกอบด้วย ความเสี่ยงทางการเงิน ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการ และความเสี่ยงในระดับอุตสาหกรรม

– ความเสี่ยงทางตลาด คือ กลไกลทางการตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลง การมีโอกาสที่จะสูญเสียเงินลงทุนอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน ซึ่งเป็นไปตามอุปสงค์ และอุปทานของตลาด

– ความเสี่ยงในอัตราดอกเบี้ย เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด

– ความเสี่ยงจากอำนาจซื้อ เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากอำนาจซื้อของเงินที่ลดลง ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่ออำนาจซื้อ คือ ภาวะเงินเฟ้อ โดยที่เงินเฟ้อ คือ ภาวะที่ข้าวของมีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เงินที่มีอยู่นั้น นำมาซื้อข้าวของได้น้อยลง

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับการ คิดต่าง เพื่อโอกาสที่จะเติบโต ในโลกของการลงทุน ที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เมื่อตัดสินใจลงทุนไปแล้ว นักลงทุนควรทำการทบทวนและปรับสัดส่วนการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจและภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

สุขภาพจะดี ในปัจจุบันพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไป การใช้ชีวิตส่วนใหญ่ หมดเวลาไปกับการทำงาน และการเดินทาง ทำให้บางครั้งทุกคนละเลยในการใส่ใจสุขภาพตนเอง

อ่านบทความเพิ่มเติม พาไปทำความรู้จักกับประโยชน์ของคะน้า ที่มีมากกว่าที่คุณคิด!!